gv-5iuoxpem74qfjw.dv.googlehosted.com

โดย คุณภัทร คะชะนา อาสาสมัครนักสิทธิมนุษยชน รุ่น 14 

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เข้าร่วมโครงการอาสาสมัครนักสิทธิมนุษยชนของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมเมื่อหลายปีก่อน เรามักจะนึกถึงตอนที่ได้ไปสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบ และแวะ ไป Patani Artspace เพื่อดูภาพชิ้นงานที่มาจากประสบการณ์ของผู้ถูกซ้อมทรมาน (Torture) ในพื้นที่สามจังหวัด เสียงของผู้ถูกกระทำแปรเปลี่ยนเป็นงานศิลปะบอกเล่าและเยียวยาประสบการณ์อันโหดร้าย สิ่งเหล่านี้ทำให้เราสนใจการสื่อสารด้วยงานศิลปะมากยิ่งขึ้น เมื่อการเป็นอาสาสมัครนักสิทธิมนุษยชนจบลง เราตัดสินใจแสวงหาเส้นทางชีวิตในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นการทำงานภาคประชาสังคม เพราะไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนหรือพื้นที่ใด เราก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้อยู่เสมอ 

ช่วงเวลานั้นตรงกับปี 2563 เกิดการชุมนุมประท้วงของเหล่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ เราเลือกใช้การเขียนบทกวีมาเป็นส่วนหนึ่งในการเคลื่อนไหว มีครั้งหนึ่งที่เราใช้สีสเปรย์มาพ่นข้อความประท้วง บนท้องถนน หลังจากเกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุม ในห้วงเวลาของการชุมนุมใหญ่ ศิลปะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือการประท้วงหลากหลายรูปแบบ เป็นช่วงเวลาที่ความสร้างสรรค์เกิดขึ้นมามากมาย ขณะเดียวกันในชีวิตของวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป เราอยากจะย้ายออกจากเมืองหลวงไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองอื่น ๆ เราตัดสินใจย้ายไปอยู่เชียงใหม่ในปีต่อมา 

ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในเชียงใหม่ เราได้ซึมซับ และรับเอาความคิดและวิธีการจากเพื่อน ๆ ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยงานศิลปะ ศิลปะกับการเมืองไม่ใช่สิ่งที่แยกขาดออกจากกัน ขณะเดียวกันการต้องดิ้นรนเป็นแรงงานทำให้เราเข้าร่วมกับ สหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่เพื่อเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิแรงงาน วันแรงงานสากล หรือ May Day เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราจัดกิจกรรมเดินขบวน เราใช้เทคนิค Stencil ในการทำป้ายเดินขบวน จึงเกิดความคิดที่อยากจะทำเสื้อยืดรณรงค์ทางการเมืองในแบบของตนเองขึ้นมา มีเพื่อนแนะนำว่าให้ลอง แกะ Woodcut หรือภาพพิมพ์แกะไม้ เมื่อเวลาล่วงผ่านมาถึงช่วงที่เราจะย้ายออกจากเชียงใหม่ เพราะอยากกลับไปช่วยดูแลคนในครอบครัวที่ราชบุรี จึงได้ลองแกะภาพพิมพ์แผ่นยางหรือ Linocut กลิ้งสี พิมพ์เข้ากับเสื้อยืด หลังจากนั้นจึงเริ่มทำเสื้อยืดและภาพพิมพ์ขาย 

เมื่อย้ายกลับบ้านราชบุรี ก็ได้มีเวลาทำงานศิลปะจริงจังมากขึ้น เย็บพวงกุญแจ และกระเป๋า เริ่มใช้ภาพพิมพ์ตะแกรงไหม (หรือ บล็อคสกรีน) โดยส่วนมากงานของเราจะเป็นงานที่ออกไปในทางสื่อสารถึงการเมือง อย่ าง ตรงไปตรงมา ตามชื่อ Molotov Studio (Molotov หรือขวดเพลิง ในฐานะของสัญลักษณ์ในการ ต่อต้านอ านาจรัฐ) เช่น การสกรีนที่หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อสื่อสารถึงการรณรงค์ปล่อยตัว นักโทษการเมือง แต่เราก็ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว เราพยายามใช้เทคนิคที่ตนเอง เรียนรู้มาทดลองทำกิจกรรมในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การจัดเวิร์คช็อปเดินดูแมวย่านพระนคร แล้วนำมาแกะยางรูปแมว เป็นต้น 

เราไม่อยากให้งานของเราเป็นแค่สินค้าเพื่อหากำไรเพียงอย่างเดียว(แต่ถ้าหา ได้มากขึ้น ก็คงจะดี ฮา) อยากให้งานที่ผลิตขึ้นนี้ได้ออกไปสู่พื้นที่สาธารณะ เป็นส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ของ การเคลื่อนไหวทางสังคม หรือสร้างความผ่อนคลายให้กับชีวิต เท่าที่มีแรงพอจะทำได้ในบริบทขณะนี้ ถึงเวลาหนึ่งเมื่อเราพอจะอยู่รอดได้ ก็จะใช้ทรัพยากรส่วนนี้ในการเคลื่อนไหว หรือแบ่งปันเทคนิค ความรู้กับคนอื่น ๆ ต่อไป เพราะเป้าหมายสูงสุดของเรายังคงเป็นการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวไป ข้างหน้า โดยที่ตัวเราก็ยังสามารถอยู่รอดในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และยังได้สื่อสารผ่านงาน ศิลปะต่อไป 

ในอนาคตเราหวังว่าจะสร้างพื้นที่หรือ Studio เล็ก ๆ ขึ้น สำหรับผลิตงานเป็นของตนเอง และชวนคนอื่น ๆ มาใช้พื้นที่ตรงนี้ร่วมกัน เพื่อที่เราจะสามารถผลักดันอะไรได้บ้าง ในฐานะมนุษย์ทั่วไปคนหนึ่ง ที่อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อชีวิตของตนเอง และร่วมสร้างสรรค์สังคมสำหรับทุกๆคนที่ ดีกว่าเดิม การทำ Molotov Studio จึงเป็นการเปิดพื้นที่ของความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในเส้นทางชีวิตของตนเองนับจากนี้


ติดตามอ่าน The Experimental Ground: พื้นที่ทดลองทางความคิด บทบันทึกและร่องรอยการเดินทางของคนทำงานสังคม ได้ที่นี่

#มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม #thaivolunteerservice

เรื่องโดย มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม และเครือข่ายฯ

Find the right project for me
en_USEnglish