gv-5iuoxpem74qfjw.dv.googlehosted.com

‘หลังคาโลก’ พื้นที่พรมแดนหลายประเทศที่ปกคลุมด้วยความหนาวเหน็บตลอดทั้งปี หนึ่งในสถานที่ที่นักแสวงบุญ นักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบการผจญภัยและรักความท้าทายฝันว่าในชีวิตคงต้องมาสักครั้ง ภาพของยอดภูเขาน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยหิมะอันขาวโพลน แสงอาทิตย์กระทบน้ำแข็งความอลังการปรากฏขึ้นเป็นฉากหลัง คงเป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจที่หาที่ไหนไม่ได้ ทว่าในวันนี้หลังคาโลกกำลังวิกฤตหลายชีวิตยังไม่รู้ชะตากรรม

ภาพจากบทความ จากห้วยขวางสู่กาลันกิ โดย สุภารัตน์ พระโนเรศ เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาสาสมัคร มอส.

ภัยพิบัติเบื้องล่างหลังคาโลก

ย้อนกลับในช่วงเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา สุรเสียงกัมปนาทของธารน้ำแข็งขนาดมหึมากำลังเลื่อนไถลในแถบตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติหุบเขาลังตัง (Langtang Valley) เขตบริเวณลังตัง ลิรุง (Langtang Lirung) ซึ่งมีความสูง 5.2 พันเมตร เหนือระดับน้ำทะเล บนเขตรอยต่อระหว่างประเทศเนปาล-ทิเบต การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนราว 5.2 แมกนิจูด ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ร่วงลงมาทับถมกันจนกลายเป็นเขื่อนขนาดยักษ์ขวางธารน้ำทะเลสาบ กระทั่งอุณหภูมิความร้อน และน้ำหนักของก้อนน้ำแข็งทำให้ฐานดินดอนเดิมไม่สามารถรับมวลน้ำมหาศาลได้อีกต่อไปจึงพังทลายลง มวลน้ำขนาดมหึมาผสมโรงกับหิน ดิน และโคลน พุ่งลงมาด้วยความเร็วสูงส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์น้ำท่วมฉับพลันจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง (Glacial Lake Outburst Flood : GLOF) ส่งผลให้แม่น้ำตรีศูลี (Trishuli) และแม่น้ำโภเต โกชี (Bhote Koshi) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่รองรับน้ำจากธารทะเลสาบน้ำแข็งบนหลังคาโลก ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 9 เมตรภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

มวลน้ำมหาศาลบ่าเข้าถล่มบ้านเรือน อาคาร สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และไหลลงสู่เบื้องล่างตลอดแนวยาวกว่า 100 กิโลเมตร เศษซากปรักหักพังเคลื่อนตัวตามลำน้ำ สร้างความเสียหายในหลายเมืองของประเทศเนปาล ทั้งเมืองติมูเร (Timure) ราสุวากาธี (Rasuwagadhi) ซยาบรูเบซี (Syabrubesi) ฮาคูเบซี (Hakubesi) เบตราวตี (Betrawati) ตรีศูลี (Trishuli) เทวีฆาต (Devighat) และอีกหลายเมืองในพื้นที่นูวาค้อท (Nuvakot)

จากรายงานของสำนักงานบริหารและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศเนปาล (NDRRMA) ตัวเลขผู้เสียชีวิตและสูญหายในขณะนี้มีมากกว่า 6.5 พันราย และผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 1 แสนครัวเรือน (ข้อมูลวันที่ 7 กันยายน 2569) ซึ่งคาดว่าปริมาณตัวเลขยังไม่หยุดนิ่งและความสูญเสียยังคงเพิ่มขึ้นในทุกนาที

รัฐบาลเนปาลประกาศให้พื้นที่กว่า 15 เทศบาลใน 6 จังหวัดเป็นพื้นที่เผชิญวิกฤตภัยพิบัติน้ำท่วมเฉียบพลัน ส่งผลให้นานาชาติเร่งให้ความร่วมมือระดมสรรพกำลังจากทั้งหน่วยงานระหว่างประเทศ อาทิ องค์การสหประชาชาติ (UN) ที่เร่งให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมผ่านการก่อตั้ง Humanitarian Flash Appeal , กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF)  , สภากาชาด (Red Cross) ฯลฯ และกลุ่มอาสาสมัครจากทั่วโลก รวมไปถึงมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) ที่ทำงานร่วมกับอินเสค (Informal Sector Service Centre : INSEC) หรือองค์กรสิทธิมนุษยชนเนปาล เร่งเข้าช่วยเหลือโดยมุ่งเป้าไปที่เรื่องสิทธิมนุษยชนในภาวะวิกฤต เพื่อให้ทุกความช่วยเหลือต้องเข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบางซึ่งมีสัดส่วนมากในพื้นที่ภัยพิบัติ

อย่างไรก็ตามปฏิบัติการกู้ภัยและบรรเทาทุกข์กลับเผชิญกับความล่าช้าอย่างหนัก จากหลายปัจจัย ทำให้ในห้วงขณะนี้ยังมีผู้ประสบภัยรอคอยความช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก

เสียงไซเรนอันเงียบงัน

แม้เสียงไซเรนของรถฉุกเฉินออกแบบมาเพื่อให้ได้ยินไปในหลายกิโลเมตร ทว่ามวลน้ำขนาดมหาศาลได้ตัดขาดเส้นทางคมนาคม ทำลายถนนสายหลักและสะพานขาดไปกว่า 32 แห่ง โดยเฉพาะเส้นทางหลวงที่เชื่อมต่อไปยังด่านพรมแดนราสุวากาธี (Rasuwagadhi) ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการคมนาคม ทำให้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ รถขุดเจาะ และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไม่สามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยส่วนใหญ่ได้ การเข้าถึงผู้ประสบภัยทำได้เพียงทางเฮลิคอปเตอร์ หรือไม่ก็เดินเท้าซึ่งกินเวลาเป็นอย่างมาก

ภูมิประเทศของเนปาลตั้งอยู่บนเทือกเขาสูง และหลายเมืองตั้งอยู่ในบริเวณร่องหุบเขาทำให้มวลน้ำบ่าลงมาโดยไม่กระจายวงกว้าง แต่กลับไหลลงตามแนวเทือกเขาอันสลับซับซ้อนของภูมิประเทศ ทำให้พื้นที่ประสบภัยยังคงเผชิญความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มซ้ำซ้อน กอปรกับโครงสร้างดินที่สูญเสียความเสถียร รวมถึงมีคำเตือนเรื่องระดับน้ำในทะเลสาบธารน้ำแข็งที่อาจล้นทะลักซ้ำ ทำให้ทีมกู้ภัยต้องทำงานด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุดและต้องหยุดชะงักเป็นระยะเมื่อฝนตกหนัก

ขณะเดียวกันสายน้ำอันเชี่ยวกรากยังทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศโดยเฉพาะระบบไฟฟ้า ซึ่งจากข้อมูลเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร มอส. ซึ่งได้เดินทางไปเป็นเจ้าหน้าที่อาสาแลกเปลี่ยนกับอินเสค องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในเนปาลเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ให้ข้อมูลไว้ว่า ในอดีตเนปาล จากประเทศที่ต้องดำเนินนโยบายประหยัดไฟฟ้าให้ประชากรใช้ได้เพียง 6 ชั่วโมงต่อวัน กลุ่มประชากรเปราะบางไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ในช่วงฤดูหนาวจึงมีผู้เสียชีวิตจากความหนาวเป็นจำนวนมาก แต่ระบบไฟฟ้าพลังงานน้ำคือจุดเปลี่ยนสำคัญ เนปาลกลายเป็นประเทศที่สามารถผลิตไฟฟ้ารวมถึงส่งออกไปประเทศข้างเคียงได้ และเมืองใหญ่ของเนปาลพึ่งพาระบบไฟฟ้าพลังงานน้ำกว่า 99% ดังนั้นเมื่อเกิดน้ำท่วมเฉียบพลันทำให้พลังงานทั้งหมดโดนตัดขาด เสาสัญญาณโทรศัพท์และระบบไฟฟ้าถูกทำลายเกือบทั้งหมด ทำให้ระบบเตือนภัยและการสื่อสารล่มในทันที

นอกจากนี้มีรายงานว่ากลุ่มผู้สูญหายจำนวนมากคือคนงานที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์และระบบเครือข่ายของโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งที่ถูกดินโคลนปิดถล่มทับลงไปลึกหลายร้อยเมตร การค้นหาและเจาะชั้นโคลนหนาและแข็งตัวจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง ทั้งเรดาร์ตรวจจับใต้ดิน อุปกรณ์ขุดเจาะ รวมถึงโดรนประสิทธิภาพสูงเพื่อสำรวจผู้ประสบภัย ซึ่งเนปาลยังมีไม่เพียงพอและอยู่ระหว่างการช่วยเหลือจากนานาประเทศ

เสียงไซเรนของหน่วยงานและอาสาสมัครในพื้นที่ ที่ยังคงดังต่อเนื่องทุกชั่วโมง นั่นคือความหวังของผู้ประสบภัยและแบกกำลังใจจากทั่วทุกมุมโลกที่พร้อมส่งถึงประเทศเนปาล

วิกฤตซ้อนทำไมเนปาลถึงเผชิญภัยพิบัติอยู่เสมอ

วิกฤตน้ำท่วมเฉียบพลันในครั้งนี้อาจเป็นภัยพิบัติใหญ่ในรอบหลายปีของเนปาล แต่เมื่อกางหน้าประวัติศาสตร์ทางภัยพิบัติ จากศูนย์พัฒนาภูเขาแบบบูรณาการระหว่างประเทศ (ICIMOD) ระบุว่ามีการบันทึกเหตุการณ์ GLOF อย่างเป็นทางการไว้ที่ประมาณ 25 ครั้ง และมีบันทึกแผ่นดินไหวอีกนับไม่ถ้วน

อย่างที่กล่าวไปภูมิประเทศเนปาลตั้งบนที่สูงทำให้เมื่อเกิดน้ำบ่า มวลของน้ำจึงมีความรุนแรงเพราะไหลลงมาจากแนวดิ่งสูง อีกประการหนึ่งคือเนปาลตั้งอยู่บนพื้นที่เปราะบางทางธรณีวิทยามากที่สุดในโลก อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกอินเดียที่มุดตัวเข้าใต้แผ่นเปลือกโลกยูเรเซียดันให้บริเวณหลังคาโลกสูงขึ้นทุกปีอย่างช้าๆ และแรงกดดันอันมหาศาลดังกล่าวก่อให้เกิดการปลดปล่อยพลังงานทางธรณีวิทยา เนปาลจึงเกิดแผ่นดินไหวอยู่เสมอ

ย้อนกลับไปในช่วงเดือนเมษายน 2558 ประเทศเนปาลเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงสูงถึง 7.8 แมกนิจูด หลายเมืองได้รับความเสียหายโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองกอร์ขา (Gorkha) เกิดดินถล่ม น้ำท่วมถล่มเมือง และเกิดแผ่นดินไหวซ้ำหลายครั้ง มีรายงานผู้เสียชีวิตสูงถึง 9 พันราย บาดเจ็บกว่า 2.2 หมื่นคน และอพยพ 2.8 ล้านคน

กรมธรณีวิทยาเนปาล ในขณะนั้นระบุว่านอกจากแผ่นดินไหวที่เป็นสาเหตุหลักแล้ว ยังรวมไปถึง ฝนที่ตกหนักสะสม (Rainbomb) และตัวการที่สำคัญที่สุดคือสภาวะโลกเดือดซึ่งโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ในขณะนั้นมีการคาดการณ์ว่าหากโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนถึงจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ แนวปราการเขื่อนธรรมชาติบนภูเขาน้ำแข็งจะพังลงและก่อให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมขนาดใหญ่และในขณะนี้การคาดการณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นและนำมาสู่การสูญเสียอย่างมหาศาล

ไม่นานความช่วยเหลือจากนานาประเทศก็ปรากฏ รวมถึงพลังของอาสาจากทั่วทุกมุมโลกราวกับหลั่งไหลราวมิตรภาพที่ไร้พรมแดน ในช่วงเวลานั้นน้ำใจจากทุกสารทิศเติมเต็มสู่เนปาล ทีมแพทย์และพยาบาลอาสาสมัคร จากเอเชียและยุโรปบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งคลินิกชั่วคราวบนภูเขาสูง วิศวกรนานาชาติที่ร่วมกันใช้ความรู้ประเมินความเสี่ยงของชั้นหิน และช่วยชาวบ้านสร้างที่พักชั่วคราวและสร้างสะพานไม้ข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกรากเพื่อเป็นเส้นทางสัญจรลำเลียงอาหารและยาเข้าสู่พื้นที่ภัยพิบัติ และ มอส. ได้จัดทำโครงการ “STAY STRONG, NEPAL” ระดมทุนช่วยเหลือสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัยในเมืองไกคูรา (Gaikhura) และลงพื้นที่สนับสนุนในเมืองราซูวา (Rasuwa) ซึ่งในเขตชุมชนชายแดนเมืองติมูเรได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมเฉียบพลันในครั้งนี้เช่นกัน

วิกฤตธารน้ำแข็งถล่มบนหลังคาโลก อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่สะท้อนถึงความโหดร้ายของสภาวะโลกเดือด โลกเพียงใบเดียวที่เป็นบ้านของทุกสรรพชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นบทพิสูจน์ที่ทรงพลังว่า พลังแห่งช่วยเหลือและมิตรภาพจากพลังอาสาฯ นั้นสามารถช่วยเหลือและเยียวยา เติมเต็มพลังให้กันและกัน แน่นอนว่านับจากนี้โลกอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่นี่คือเสียงเพรียกที่เตือนให้ทุกชีวิตต้องลุกขึ้นมาร่วมกันปกป้องและตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ก่อนที่บ้านหลังนี้จะไม่เหลือพื้นที่ให้เราได้เยียวยากันอีกเลย

เรื่องโดย : อิสรากรณ์ ผู้กฤตยาคามี


ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การระดมทุนเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูสถานการณ์ในเนปาล จะดำเนินผ่านบัญชีมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม

ชื่อบัญชี : มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม

เลขบัญชี : 100-2-82529-5

ธนาคาร : ทหารไทยธนชาต (TTB)

(ผู้ร่วมสมทบทุน สามารถขอใบลดหย่อนภาษีได้) กรณี E-donation สามารถลดหย่อนได้ทันที

ยอดบริจาคที่เข้ามาจะถูกรวบรวมและแจ้งให้ทุกท่านทราบในทุกสัปดาห์จนกว่าจะปิดแคมเปญ

เรื่องโดย มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม และเครือข่ายฯ

ค้นหาโครงการที่เหมาะกับฉัน
thThai