| ส่งต่อเมล็ดพันธุ์ความรัก(ษ์).. |
|
|
|
| เขียนโดย จักรินทร์ ศิริมงคล อาสาเยาวชนจากกลุ่มรักษ์เขาชะเมา |
| วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2012 เวลา 04:25 น. |
|
ใน 10 ปี ที่ผมได้เริ่มเรียนรู้ และมาทำงานเยาวชนกับกลุ่มรักษ์เขาชะเมา มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเราพัฒนาขึ้นมาก ผมก็เคยเป็นน้องเยาวชนที่มาเข้าค่ายเรียนรู้ที่พี่ๆ จัดขึ้นมา ทั้งที่ในตอนนั้นผมยังไม่รู้หรอกว่า มันคืออะไร ต้องทำไปทำไม และจะส่งผลหรือเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เราก็รู้สึกชอบในกิจกรรมที่พี่พาทำเพราะสนุก และชอบในสิ่งที่พี่ๆ คิดด้วย
เริ่มต้นจากงานด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นค่ายสานฝันสู่ป่าสวย, ค่ายนักสืบสายน้ำ, ค่ายเรียนรู้ชุมชน เรียนรู้ประวัติศาสตร์สังคม และการเรียนรู้อีกมากมายหลายอย่าง ทำให้ผมเห็นเส้นทางในการใช้ชิวิตก็ว่าได้ เพราะรักษ์เขาชะเมาเหมือนกับครอบครัวที่สองของผม มีทั้งคำปรึกษาที่ดี ได้การเรียนรู้และความหวังดี ทำให้ผมคิดและฝันว่าเราอยากจะเป็นแบบพี่ๆ ทั้งพี่อี๊ด พี่แฟ๊บ พี่แก้วและอีกหลายๆ คน ที่เราอยู่ด้วยกัน ในขณะที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย ผมก็ทำงานที่รักษ์เขาชะเมา แต่ผมไม่เคยไปเข้าเรียนเลย เพราะผมคิดว่างานที่ทำนี่แหละคือการเรียนรู้ของผม และผมก็รู้สึกว่าผมได้มากกว่าการที่จะเข้าไปนั่งเรียนในห้องเรียนที่มองแล้วอับเฉา ทั้งความรู้และมิตรภาพ
ในช่วงนั้นผมเลยตัดสินใจกลับมาทำงานที่กลุ่มฯ อย่างจริงจัง และก็ทำงานกับน้องๆ เยาวชนตลอดเรื่อยมา และยังผมมีโอกาสได้ไปเรียนรู้กับกิจกรรมและงานหลายด้าน ทั้งเรื่องของภูมิปัญญา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการทำสื่อ เรียนรู้สังคม สิ่งเหล่านี้ เป็นความโชคดีและโอกาสที่ได้รับ และโอกาสต่อมาคือการได้เข้ามาร่วมกับขบวนของงานอาสาเยาวชนของ มอส.ที่นำความคิด และนำกลุ่มคนที่ต้องการเรียนรู้เข้ามาร่วมงาน ภายใต้ระยะเวลาหนึ่งปีที่เราจะได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิด และประสบการณ์การทำงานกับเพื่อนที่ทำงานเยาวชนจากพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ จนถึงได้ทดลองลงมือทำโครงการจากการสนับสนุนของ มอส.
ระหว่างทาง มอส.ได้สร้างกระบวนการเรียนรู้ ให้กับอาสาเยาวชน ทั้งความรู้ที่สามารถนำไปทำงานต่อในพื้นที่ หรือการเรียนรู้เรื่องอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง เป็นสิ่งที่ผมได้จากการทำกิจกรรม การได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่ทำงานคล้ายกัน แต่อยู่ต่างพื้นที่ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานและชีวิต จนนำไปสู่ความเป็นขบวนงานของอาสาเยาวชนทั่วประเทศ เข้าถึงการเรียนรู้ ด้วยเกมส์ธรรมชาติ
“โครงการกระบวนการเรียนรู้ธรรมชาติผ่านการเล่นเกมส์” เป็นโครงการที่ผมคิดขึ้นตอนเข้าร่วมโครงการอาสาเยาวชนครบ 6 เดือน ก่อนออกมาเป็นโครงการนี้ ผมได้มีโอกาสไปเรียนรู้การทำกิจกรรม “เกมส์ธรรมชาติ” ที่กลุ่มเด็กรักษ์ป่า จังหวัดสุรินทร์ มีวิทยากรที่มีความรู้เรื่องเกมส์ธรรมชาติจากประเทศญี่ปุ่นมาเป็นวิทยากร จากการเรียนรู้ในครั้งนั้น ทำให้ผมค้นพบว่าเกมส์แบบนี้เป็นกิจกรรมที่สนุก เข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่าย เข้าใจง่าย เหมาะกับการ
ส่วนผมตัวเองก็ต้องการฝึกฝนตัวเองขึ้นมาให้มีความชัดเจนในเรื่องนี้ด้วย จึงให้ความสนใจเรื่องเกมส์ธรรมชาติมากเป็นพิเศษ ประจวบเหมาะกับที่ มอส. มีโครงการสนับสนุนอาสาสมัครเยาวชนให้ทดลองทำโครงการในพื้นที่ ผมเลยใช้โอกาสนี้ในการทำกิจกรรมที่อยากทำ เพื่อน้องๆ ในกลุ่มรักษ์เขาชะเมาและเด็กๆ ในชุมชน และเพื่อการฝึกฝนและพัฒนาตนเองด้วย สำเร็จจากความผิดพลาด
ผมจัดค่าย 2 ครั้ง ครั้งแรกจัดให้กับน้องแกนนำที่ทำกิจกรรมกับกลุ่มฯจำนวน 10 คน เพราะผมหวังตั้งใจว่าครั้งนี้จะเป็นแบบเน้นๆ นอกจากเรียนรู้เรื่องธรรมชาติแล้ว ยังเข้าใจถึงกระบวนการที่จะนำไปสอนน้องต่อได้ด้วย ในกิจกรรมครั้งนั้นผมก็เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วม ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานเฮฮา และได้ความรู้มาก เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการเล่นเกมส์ แต่ภายใต้การเล่นเกมส์ก็มีความรู้มีเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ ให้ผู้เข้าร่วมได้ค้นหา และได้เรียนรู้และสัมผัสกับสถานที่จริง
สิ่งที่เห็นคือ การรวมตัวกัน มีการล้อมวงคุยกัน วางแผน ทบทวนเป้าหมาย และนำกิจกรรมที่ผ่านมาเรียบเรียง และก็วางบทบาทกันคร่าวๆ ว่าใครจะรับกิจกรรมไหน หลังจากนั้นก็นัดมาคุยกัน และทดลองเล่นเกมส์ที่จะใช้อีกครั้ง โดยที่ผมทำหน้าที่เรื่องอำนวยความสะดวกให้ และช่วยบ้างเป็นบางครั้ง
ในค่ายครั้งที่สองนั้น ทำให้เห็นถึงศักภาพในตัวของน้องๆ ผมมาก น้องๆ ผมเติบโตขึ้นมาก หลายคนสามารถลุกขึ้นมานำกิจกรรมได้แม้จะเป็นครั้งแรก แต่ก็เป็นไปตามสภาพและประสบการณ์ของเขา
ครั้งหนึ่งมีกิจกรรมที่ต้องใช้สถานที่ข้างนอก แต่ลมฟ้าไม่เป็นใจเทฝนลงมาจนทำงานไม่ได้ ในทีมก็คุยกันและก็มาปรึกษาผมว่าเขาจะโยกกิจกรรม และกิจกรรมที่ปรับมาก็เหมาะสมดี กิจกรรมจึงดำเนินไปตามข้อตกลงนั้น นี่คือการพัฒนาที่มองเห็นอีกอย่างหนึ่ง แต่สิ่งดีที่เกิดขึ้นที่แม้ด้านหนึ่งจะเห็นพัฒนาการที่ดีของน้องๆ แต่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา เนื่องจากกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมใหม่ ยิ่งต้องทำงานร่วมกับคนอื่นด้วยแล้ว ความคิดที่ต่างกัน การไม่ฟังกันเป็นอุปสรรคของการทำงานเป็นทีมมาก ยิ่งประสบการณ์ และช่วงอายุที่ต่างกันยิ่งมีส่วนที่ส่งผลให้กิจกรรมบางกิจกรรมกระท่อนกระแท่นไปบ้าง ไม่ตรงตามเป้าหมายบ้าง เนื่องมาจากความใหม่ของกิจกรรมทำให้การเตรียมความพร้อม และข้อมูลความรู้ที่จะให้กับกลุ่มเป้าหมายยังไม่ชัดเจนพอ
ข้อผิดผลาดในการทำกิจกรรมเหล่านี้ อย่างแรกผมมองเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้ผมเห็นข้อผิดพลาดของตัวเองว่า บางครั้งเรามั่นใจในทีมน้องเราจนละเลยในบางเรื่องที่เราควรลงไปช่วยจัดการ แต่กลับปล่อยให้ทำกันไปเองและช่วยเหลือทีมน้อยมาก แต่สุดท้ายก็ได้มาสรุปบทเรียนร่วมกัน แต่ละคนในทีมก็สะท้อนทั้งข้อดีและข้อเสียของตัวเอง เป็นการที่ทำให้น้องในทีมได้มองเห็นตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไขการทำงานในครั้งต่อไปได้
โดยส่วนตัวผมกิจกรรมที่ผ่านมาทั้งหมดผมถือว่าประสบความสำเร็จมาก เพราะน้องแกนนำก็สามารถรวมทีมการทำงานเรื่องเกมส์สื่อความหมายธรรมชาติ ถ่ายทอดให้กับน้องคนอื่นได้ น้องๆ รุ่นเล็กก็เข้าใจและสนุกกับการเรียนรู้ที่พี่ๆ จัดให้ ความสำเร็จที่เกิดนั้น มาจากฐานการทำงานที่คอยบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ และการดูแลเอาใจใส่ของกลุ่มรักษ์เขาชะเมาที่จริงจังกับงานเยาวชน โดยการสร้างพื้นที่ที่ทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสในการเรียนรู้และฝึกฝนตัวเอง จากที่พี่ๆ สร้างผมขึ้นมา ผมก็ต้องสร้างน้องๆ รุ่นใหม่ขึ้นมา รุ่นน้องๆ ก็จะไปสร้างรุ่นต่อไปอีกเรื่อยๆ อย่างไม่จบสิ้น
หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหกกับการได้ร่วมขบวนอาสาเยาวชนของมอส.ได้ร่วมงานกับเพื่อนๆ อาสาเยาวชน มันทำให้มุมมองของผมกว้างขึ้น ได้เห็นงานของเพื่อน ได้เรียนรู้งานของคนอื่น และได้ประสบการณ์ความรู้ที่จะนำไปใช้ในการทำงานและชีวิตของตัวเอง ถึงแม้บางครั้งจะเกิดอารมณ์หรือความรู้สึกที่อ่อนล้า เหนื่อย ท้อแท้ เจอกับสิ่งที่เราไม่ชอบหรือไม่ถนัด เช่น การฝึกเขียนโครงการ การเขียนรายงาน งานเอกสารต่างๆ เป็นงานที่ผมหรืออีกหลายคนเจอก็ต้องบอกว่าไม่ไหว ในช่วงหนึ่งที่เขียนโครงการผมเครียดจนนอนไม่ค่อยหลับ ทำอะไรไม่ได้เลย เปิดคอมจะพิมพ์ก็ไม่สามารถพิมพ์ได้เพราะคิดไม่ออก เปิดเครื่องไว้ทั้งวันต้องไปหาอย่างอื่นทำแก้เครียด ผมใช้วิธีปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ผมจึงปลูกได้เยอะมากเพราะผมปลูกทั้งวันเลย คิดงานไม่ออก แต่สุดท้ายแล้วงานก็ออกมาจนได้
หลังจากพิจารณาโครงการผ่าน ผมเหมือนกับยกภูเขาสามลูกออกจากอก จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่การปฏิบัติการอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น งานที่ออกมาถือว่าสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง อย่างแรกเลยผมได้เพื่อน ได้ฝึกตัวเองจากการทำงาน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยถนัดในบางเรื่องแต่วิธีหรือทางออกที่ทำให้ผมผ่านมาได้นั้น จะเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับผมในการพัฒนาตัวเองในการก้าวเดินไปข้างหน้า และทางที่ผมจะก้าวเดินต่อไปคงจะเป็นเส้นทางนี้ เพราะผมเติบโตมากับเส้นทางนี้ แต่ในการเดินครั้งต่อไปผมอาจจะมีสายตาที่ยาวไกลและกว้างขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้
ขอบคุณความหวังดี ความเหนื่อยล้า ความเบื่อหน่าย ความท้อแท้ ความเครียด ปัญหา ความสนุกสนาน เพื่อนอาสา มอส. โอกาสดีๆ กลุ่มรักษ์เขาชะเมา ความรู้ ความเจ็บปวด และทุกๆ อย่าง สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์อันทรงค่าที่ทำให้ผมได้เรียนรู้และเติบโต พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไป |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2012 เวลา 05:02 น. |








